วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

สนาที่ท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น (ซัปโปโร Sapporo)


สถานที่ท่องเที่ยวในซัปโปโร (Sapporo)




   Sapporo เป็นเมืองหลวงของฮอกไกโด และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศญี่ปุ่น โดยสิ่งที่มีชื่อเสียงของเมืองนี้คือ ราเมน, เบียร์ และเทศกาลหิมะในเดือนกุมภาพันธ์


1. พิพิธภัณฑ์เบียร์ (Sapporo Beer Museum) Sapporo Beer เป็น 1 ในยี่ห้อของเบียร์ที่มีความเก่าแก่ที่สุดในประเทศ และมีการผลิตตั้งแต่ในปี 1877 จนถึงปัจจุบันเพื่อออกไปขายทั่วโลก ซึ่งในพิพิธภัณฑ์จะมีการเล่าถึงประวัติศาสตร์ของเบียร์ในประเทศญี่ปุ่นและกระบวนการผลิตเบียร์ นอกจากนี้ถัดจากพิพิธภัณฑ์จะเป็น Sapporo Beer Garden เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองเบียร์ไปพร้อมกับบาร์บีคิวแกะ ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นของที่นี่





การเดินทาง : สามารถเดินได้จาก Sapporo Station ประมาณ 25 นาที



2. หอนาฬิกา (Tokeidai) เป็นสัญลักษณ์ของเมืองซัปโปโร ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ในปี 1878 ปัจจุบันจะเป็นลักษณะคล้าย ๆ กับพิพิธภัณฑ์ซึ่งแสดงประวัติศาสตร์ของหอนาฬิกา และเมืองซัปโปโรในชั้นที่ 1




การเดินทาง : สามารถเดินจากทางใต้ของสถานี JR Sapporo เพียง 10 นาที



3. สวนโอโดริ (Odori Park) เป็นสวนสาธารณะเกาะกลางถนน ซึ่งอยู่ใจกลางของเมืองซัปโปโร สวนแห่งนี้ถือว่าเป็นรอยแบ่งของด้านเหนือและด้านใต้ของเมืองซัปโปโร ทางด้านปลายสุดฝั่งตะวันออกของสวนสาธารณะจะเป็นที่ตั้งหอคอย Sapporo TV ซึ่งมีความสูง 150 เมตร ซึ่งในช่วงกลางคืนจะมีการตกแต่งประดับไฟบนหอคอ





การเดินทาง : สวนโอโดริ อยู่ถัดจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินโอโดริ (Odori Subway Station) หรือสามารถเดินทางทางใต้ของสถานี JR Sapporo เพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้นย ทำให้กลายเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมักมาเยี่ยมชมในตอนกลางคืน



4. สวนโมเอเรนุมะ (Moerenuma Park) เป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่ และมีความเงียบสงบ รอบ ๆ ของสวนจะมีบึงล้อมรอบ ภายในสวนจะมี Sea Fountain ซึ่งตั้งอยู่กลางสวน เป็นน้ำพุที่มีความสูงประมาณ 25 เมตร นอกจากนี้ภายในสวนยังมีลักษณะเป็นเนินเขาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Mount Moera ซึ่งสูงถึง 62 เมตร เมื่อขึ้นไปถึงจุดสูงสุดจะทำให้นักท่องเที่ยวสามารถมองเป็นวิวโดยรอบภายในสวน Play Mountain ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าเป็นลักษณะทางเดินลาดชัดที่สวยงาม




การเดินทาง : สามารถเดินทางโดยใช้ Toho Subway Line สิ้นสุดที่ Kanjodori-higashi Station และต่อรถประจำทางท้องถิ่นประมาณ 25 นาทีก็จะถึง Moerenuma Park

บันทึกประจำวัน 4

วัน อังคาร  ที่  11 กันยายน  พ.ศ 2555

    วันนี้เป็นวันที่โชคไม่ดีเอาซะเลยรถยางแบนแถมไปโรงเรียนสายโดนครูด่าไม่เพียบทุกปัญหาปวดหัวมากแต่ก็อย่างที่คนเขาว่าทุกปัญหามีทางออกเสมอรู้ป่ะแต่ไม่ใช่เราแน่เลยก็นะสู้ต่อไปแปบเดี๋ยวก็จบ  ไปนะบายครับ ^  ^

วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น (เกียวโต Kyoto)

สถานที่ท่องเที่ยวในเกียวโต (Kyoto)



เกียวโต (Kyoto)

เคยเป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นในช่วงปี .794-1868 ซึ่งถือได้ว่าเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วยประชากรประมาณ 1.4 ล้านคน


1. วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji) หรือวัดทอง เป็นวัดของลัทธิเซนอยู่ทางตอนเหนือของเมืองเกียวโต ซี่งในชั้นสองของวัดนั้นจะปกคลุมด้วยทอง โดยแต่ละชั้นจะตกแต่งในสไตล์ที่แตกต่างกันดังนี้


  ชั้นแรก จะตกแต่งแบบ Shinden Style เป็นลักษณะของพระราชวัง และชั้นที่สองตกแต่งแบบ Bukke Style ซึ่งใช้สำหรับให้เป็นที่พักของซาบูไร และในชั้นบนสุดจะตกแต่งในแบบ Chinese Zen Hall

การเดินทาง : สามารถเดินทางจากสถานีเกียวโต โดยนั่ง Kyoto City Bus สาย 101 หรือ 205 ประมาณ 40 นาทีโดยประมาณ

2. ปราสาทนิโจ (Nijo Castle) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1603 ซึ่งเป็นยุคแรก ๆ ของการปกครองแบบโชกุนในยุคอิโด ปราสาทนิโจมีป้อมปราการที่เรียงตัวกันเป็นวงแหวนสองชั้น แต่ละชั้นจะมีทั้งกำแพงและคูน้ำกว้าง และยังมีกำแพงล้อมรอบพระราชวังนิโนมารุอีกชั้นหนึ่ง แต่มีความซับซ้อนน้อยกว่า กำแพงชั้นนอกของป้อมปราการมีประตูอยู่ 3 ประตู ส่วนกำแพงชั้นในมีอยู่ 2 ประตู ที่มุมทางตะวันตกเฉียงใต้ของกำแพงชั้นใน มีซากของป้อมปราการห้าชั้น ภายในกำแพงชั้นในเป็นที่ตั้งของพระราชวังฮอนมารุและอุทยาน ระหว่างวงแหวนป้อมปราการทั้งสองชั้น เป็นที่ตั้งของพระราชวังนิโนมารุ โรงครัว ป้อมสังเกตการณ์ และสวนหย่อมอีกจำนวนมาก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เข้ามาเยี่ยมชมที่นี่จะต้องเดินผ่านประตูขนาดใหญ่ทางด้านตะวันออกของปราสาท ซึ่งเป็นทางเข้าพระราชวังนิโนมารุ (ในอดีตเป็นที่พักและที่บัญชาการของโชกุน) โดยภายในพระราชวังจะประกอบด้วยอาคารหลาย ๆ อาคาร ซึ่งมีทางเดินเชื่อมต่อกัน และมีการตกแต่งได้อย่างปราณีตและงดงาม นอกจากนี้ภายนอกพระราชวังยังมีสวนที่ตกแต่งในแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ซึ่งมีทั้งการตกแต่งด้วยหินและต้นสนมากมาย





การเดินทาง : สามารถเดินได้จากสถานีรถไฟใต้ดินนิโจโจมาเอะ (Nijojo-mae) ซึ่งใช้เส้นทางของ Tozai Subway Line


3. วัดเรียวอันจิ (Ryoanji) เป็นวัดที่มีชื่อเสียงอย่างมาก โดยเฉพาะสวนหิน ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวได้หลายร้อยคนในแต่ละวัน ซึ่งประวัติและที่มาของสวนแห่งนี้ ไม่ทราบวันแน่ชัด และมีนักออกแบบหลาย ๆ คนร่วมกันทำ โดยนักท่องเที่ยวหลาย ๆ คนมักมานั่งมองสวนหินแห่งนี้อย่างสงบ เพื่อค้นหาความหมายแห่งปรัชญาของลักษณะของสวนที่ยังไม่มีใครทราบแน่ชัด





การเดินทาง : จากสถานีเกียวโตสามารถเดินทางได้โดยใช้ JR Bus โดยจะมีทุก ๆ 15-30 นาที 


4. ทางเดินนักปราชญ์ (The Philosopher’s Path)
ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของเมืองเกียวโต ข้าง ๆ ทางเดินนั้นจะเต็มไปด้วยต้นซากุระเป็นร้อย ๆ ต้น และมักจะบานพร้อมกันในช่วงต้นเดือนเมษายน จึงทำให้เกียวโตนั้นกลายเป็นเมืองที่เป็นที่นิยมอย่างมากของนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลฮานามิ





การเดินทาง : สามารถเดินได้จากวันนันเซนจิเพียงแค่ 5-10 กิโลเมตร

จุดชมวิวสุดสวยของโตเกียว

สวนสาธารณะอุเอะโนะ (Ueno Park) 




   สวนสาธารณะอุเอะโนะ (Ueno Park) เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมืองโตเกียว นอกจากนี้ภายในสวนสาธารณะยังมีวัดคันเอจิ (Kaneiji Temple) ซึ่งเคยเป็นวันที่มีขนาดใหญ่และมั่งคั่งที่สุดในยุคอิโด นอกจากนี้ปัจจุบันสวนสาธารณะยังมีชื่อเสียงทางด้านพิพิธพันธ์ โดยเฉพาะ Tokyo National Museum, National Museum for Western Art, Tokyo Metropolitan Art Museum และ National Science Museum รวมถึง Ueno Zoo ซึ่งเป็นสวนสัตว์แห่งแรกในประเทศญี่ปุ่น รวมถึงสวนสาธารณะอุเอะโนะยังเป็น 1 ในสวนสาธารณะที่มีชื่อเสียงที่สุดเมื่อดอกซากุระเริ่มบาน ซึ่งภายในสวนมีต้นซากุระมากถึง 1,000 ต้น

การเดินทาง : สามารถเดินทางได้ทางรถไฟ โดยจุดหมายปลายทางที่สถานี JR Ueno และเดินในทางออกทางด้าน “Park Exit”


สวนสาธารณะชินจูกุเกียวเอน (Shinjuku Gyoen)




    อยู่ห่างจากสถานีชินจูกุประมาณ 5 นาที ที่นี่ก็มีซากุระไม่แพ้ที่สวนอุเอโนะ นอกจากจะได้ชมดอกซากุระพร้อมกับสวนที่จัดแบบตะวันตกแล้ว ยังมีดอกไม้ชนิดต่างๆ ตามฤดูกาลให้ได้ชมอีกด้วย
เวลาเปิดเข้าชม : 9.00 – 16.30 น.
ค่าเข้าชม : 300 Yen



ชิโดริกะฟุชิ (Chidorigafuchi)

     อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟคันดะและพระราชวังอิมพีเรียล ที่นี่เป็นจุดชมซากุระที่มีความงดงามแบบเอโดะ มีต้นซากุระเรียงรายกว่า 1000 ต้นในบริเวณของศาลเจ้ายาสุคุนิ



สวนสาธารณะสุมิดะ (Sumida Park)




   ดอกซากุระและสายน้ำของอาซากุสะ คือ สิ่งที่ท่านจะได้จากการไปชมซากุระที่นี่


สุสานอาโอยาม่า (Aoyama Cemetery)




     เดินจากสถานีรถไฟโนกิสะกะ (Nogizaka) หรือ ไกเอนมาเอะ (Gaienmae) ประมาณ 5 นาที จะพบถนนที่ทอดสู่สุสานอาโอยาม่า อย่าคิดว่าบรรยากาศจะน่ากลัวตามชื่อสุสาน แต่ถนนเส้นนี้กลับเต็มไปด้วยผู้คนเพราะติดอันดับถนนสายโรแมนติกของโตเกียว


สวนพฤกษศาสตร์โคอิชิคาวะ (Koishikawa Botanical Garden)



       เดินจากสถานี ฮาคุซัง (Hakusan) หรือ เมียวกาดานิ (Myogadani) ประมาณ 5- 10 นาที ท่านจะพบกับลานกว้างพร้อมต้นซากุระที่ร่มรื่นและสวยงาม
ค่าธรรมเนียม : 330 Yen

บันทึกประจำวัน 3

วัน จันทร์  ที่  10 กันยายน  พ.ศ 2555
 
   วันี้ก็เหมือนเดิมฝนก็ตกอีกแล้วจะตกทำไมก็ไม่รู้เบื่อมากแถมยังต้องไปโรงเรียนอีกมันแฉไปหมดเดินไปไหนก็รำบากมากๆๆๆๆโดนฝนมากๆก็ไม่สบายอีกดีจังแถมช่วงนี้ออกข่าวว่าจะมีพายุเข้าอีกคงสนุกกันและคราวนี้การบ้านก็เยอะจะพยายามเคียร์ให้หมด  สู้ๆ  จะสอบแล้วเรา  ไปนะบายครับผม

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

บันทึกประจำวัน 2

วันอาทิตย์  ที่ 9  กันยายน   พ.ศ 2555

      เมื่อเช้าฝนตกนิดหน่อยไปโรงเรียนสายนิดๆพอคิดว่าต้องไปโรงเรียนวันอาทิตย์ก็รู้สึกขี้เกลียดล่ะอยากดูการตูนมากๆแต่ก็ไม่ได้ดูกับต้องไปโรงเรียนคิดแล้วเซ็งทำไงได้จำเป็นต้องไปอ่ะน่ะชีวิตคนเอาและยังมีสอบญี่ปุ่นด้วยคิดว่าทำไม่ค่อยได้เลยแม้แต่นิดเดียวก็นะมันคงยากเป็นธรรมดาใกล้จะปิดแล้วโรงเรียนคิดแล้วดีใจหลายแต่สอบนี้และคิดมากคนที่ (อ่านขอให้โชคดีนะครับ)   ไปละบาย ^  ^

วันเสาร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2555

บันทึกประจำวัน 1

วันเสาร์   ที่  8 กันยายน  พ.ศ. 2555

   วันนี้เป็นวันที่ดีอีกวันหนึ่งช่วงเช้าน่ะเพราะเป็นวันที่ทำงานหนักๆเสร็จแล้วเป็นวันที่มานั่งทำบล็อคก็สนุกดีทำไปเรื่อๆอยู่ดีๆก็ทำได้ทำไปสีบกว่าอันสนุกดี วันนี้อาการแปลกๆตอนเย็นเดี๋ยวฝนจะตกก็ไม่ตกอะไรของฟ้าก็ไม่รู้เดาไม่ถูกอย่าได้แคร์ชั่งมัน  ไปละบาย ^  ^