วันเสาร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2555

สนาที่ท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น (โตเกียว)


สถานที่ท่องเที่ยวในโตเกียว (Tokyo)




โตเกียว (Tokyo)

  เป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกลายเป็นเมืองหลวงที่ได้รับความนิยมระดับต้น ๆของโลก สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว โตเกียว  เป็นเมืองที่เต็มไปด้วย สถานที่ช้อปปิ้ง, บันเทิง, วัฒนธรรม และอาหาร นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ประวัติศาสตร์ต่าง ๆ อาทิเช่น พิพิธพันธ์, วัด และสวนประวัติศาสตร์ต่าง ๆ โดยสถานที่ท่องเที่ยวของโตเกียวมีดังนี้


  1. ตลาดปลาสึคิจิ เป็นตลาดค้าส่งขนาดใหญ่ซึ่งมีจำหน่ายทั้งปลา, ผลไม้ และผักในแถบ Central Tokyo ซึ่งตลาดแห่งนี้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในระดับโลก โดยมีการค้าขายผลิตภัณฑ์ทางทะเลมากกว่า 2,000 ตันต่อวัน โดยจะเปิดตั้งแต่ ตี 5 ถึง บ่าย 2 โมง ในส่วนของตลาดค้าส่งจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมได้ตั้งแต่เวลา 9 โมงเช้า และสำหรับตลาดการประมูลปลาทูน่าจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาได้ตั้งแต่ 05.25 – 06.15 โดยจำกัดจำนวนที่ 120 คนต่อวัน





การเดินทาง : จากสถานีโตเกียว สามารถเดินทางทาง Marunouchi Subway จากโตเกียวถึงกินซ่า และต่อด้วย Hibiya Subway โดยจุดหลายปลายทางอยู่ที่สถานีสึคิจิ หรือหากเดินทางจากสถานีชินจูกุ สามารถนั่งรถไฟสายเดียวถึงสถานีสึคิจิได้เลยภายใน 20 นาที


2. อาคิฮาบาระ (Akihabara) เป็นแหล่งขายเครื่องใช้ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ทางไอทีที่มีชื่อเสียง นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งสินค้าสำหรับโอทาคุ (คนที่ชื่นชอบการ์ตูนหรือเกมส์) ซึ่งจะมีสินค้าทั้งการ์ตูน, วิดีโอเกมส์, เกมส์ไพ่ และของสะสมต่าง ๆ มากมาย อีกทั้งยังมีร้านในลักษณะ Maid Cafes ซึ่งพนักงานผู้หญิงจะแต่งตัวในลักษณะของเมด หรือตามเอกลักษณ์ของการ์ตูน และยังมีร้านในลักษณะของอินเตอร์เน็ตคาเฟ่สำหรับลูกค้าที่ต้องการอ่านการ์ตูนและดู DVD ร้านสินค้าขนาดใหญ่ อาทิเช่น

- Ishimaru Denki (เปิดทุกวันเวลา 10.00-20.00) ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับสถานีอาคิฮาบาระ มีทั้งหมด 3 ร้านด้วยกัน โดยสาขาหลักจะจำหน่ายทั้งคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือ และสาขาย่อยจะจำหน่ายซีดี, ดีวีดี, เกมส์ และสินค้าที่เกี่ยวกับการ์ตูน

- Softmap (เปิดทุกวันเวลา 11.00-20.00) มีทั้งหมด 12 ร้านในแถบอาคิฮาบาระ โดยในแต่ละสาขาจะขายของเฉพาะ อาทิเช่น ผลิตภัณฑ์ของ Apple, ร้านจำหน่ายซีดีหรือเกมส์ รวมถึงคอมพิวเตอร์, กล้อง และซอฟต์แวร์

- Laox (เปิดทุกวันเวลา 10.00-20.00) มีทั้งหมด 4 ร้าน โดยในสาขาหลักจะขายโทรศัพท์มือถือและสินค้าปลอดภาษี และในสาขา Musivox จะจำหน่ายเครื่องดนตรี, สาขา Asobitcity จะจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกมส์ต่าง ๆ

- Yamada Denki (เปิดทุกวันเวลา 10.00-22.00) เปิดร้านในชื่อว่า “LABI” ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ Akihabara Electric Town จะจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์, ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และเครื่องใช้ในบ้าน

- Akky (เปิดทุกวันเวลา 9.30-20.00) จะขายของเฉพาะผลิตภัณฑ์ปลอดภาษีโดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าจากต่างประเทศ

- Yodobashi Camera (เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9.30-22.00, ในส่วนของร้านอาหารเปิดตั้งแต่เวลา 11.00-23.00) ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของสถานีอาคิฮาบาระ โดยจะจำหน่ายคอมพิวเตอร์, เกมส์, นาฬิกา, กล้อง และผลิตภัณฑ์ปลอดภาษี





การเดินทาง : สถานีอาคิฮาบาระ (Akihabara Station) เป็นสถานีที่สามารถเดินทางได้ทั้งเส้นทาง JR Yamanote Line, JR Keihin-Tohoku Line, JR Sobu Line, Tsukuba Express และ Hibaya Subway Line


3. พระราชวังอิมพีเรียล (Tokyo Imperial Palace) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโตเกียว ตั้งอยู่ในแถบ Edo Castle ซึ่งในประวัติศาสตร์เคยใช้เป็นที่พำนักของท่านโชกุน Tokugawa ซึ่งปกครอง ประเทศญี่ปุ่น  ตั้งแต่ปี 1603 ถึง 1867ต่อมาเมื่อ ระบบปกครอบแบบโชกุนได้ถูกล้มล้าง จึงมีการเปลี่ยนเมืองหลวงจากเกียวโตเป็น โตเกียว และในปี 1888 จึงได้สร้างพระราชวังแห่งนี้ขึ้น และจากนั้นจึงได้ถูกทำลายลงในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทางการญี่ปุ่นจึงสร้างขึ้นใหม่ซึ่งให้คงลักษณะของพระราชวังเดิมไว้ สำหรับนักท่องเที่ยวซึ่งเกือบทุกคนที่แวะเวียนมายังโตเกียวจะได้เยี่ยมชมพระราชวังแห่งนี้ อีกทั้งยังพบเห็นสะพานนิจูบาชิ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับแว่นตา ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของพระราชวังอิมพีเรียล





การเดินทาง : สามารถเดินทางสถานีโตเกียวเพียง 10 นาที


4. โคอิชิกาว่า โคระกุเอ็น (Koishikawa Korakuen) เป็นสวนสไตล์ญี่ป่นที่เก่าแก่ที่สุดและดีที่สุดใน ญี่ปุ่น โดยสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยต้น ๆ ของยุคอิโด โดยเปิดให้เยี่ยมชมตั้งแต่เวลา 9.00-17.00 น. และจะปิดในช่วงวันที่ 29 ธันวาคม – 1 มกราคมของทุกปี






ซึ่งนักท่องเที่ยวจะหนาแน่นในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนซึ่งเป็นช่วงของใบไม้เปลี่ยนสี, ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งมีเทศกาลลูกพลัม และในช่วงที่ดอกซากุระบาน

การเดินทาง : สามารถเดินจากสถานีอิอิดะบาชิ (Iidabashi Station) เพียงแค่ 5-10 นาที หรือเดินจากสถานีโคระกุเอ็น (Korakuen) เพียงแค่ 10 นาที


5. ชิบูยะ (Shibuya) เป็น 1 ใน 23 เมืองของโตเกียว เป็นที่นิยมอย่างมากในการช้อปปิ้ง และความบันเทิงทางด้านต่าง ๆ ถือได้ว่าชิบูยะ เป็นหนึ่งในสีสันของโตเกียวเลยทีเดียว ถนนของชิบูยะเป็นศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรมและแฟชั่นของวัยรุ่นในประเทศญี่ปุ่นและเป็นแหล่งกำเนิดของเทรนด์การแต่งตัวต่าง ๆ มากมาย จุดที่ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของชิบูยะนั่นคือสี่แยกที่อยู่ตรงทางออกฮาจิโกะของสถานีรถไฟ ซึ่งเต็มไปด้วยคนที่คอยข้ามถนนมากมาย เนื่องจากสถานีชิบูยะถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางของเส้นรถไฟต่าง ๆ





การเดินทาง : สถานีรถไฟชิบูยะ สามารถเดินทางได้จาก JR Yamanote Line, JR Saikyo Line, JR Shonan Shinjuku Line, Hanzomom Subway Line, Ginza Subway Line, Fukutoshin Subway Line, Tokyo Toyoko Line, Tokyo Den-Entoshi Line, Keio Inokashira Line and Narita Express


6. วัดอาสะกุสะ หรือวัดเซนโซจิ (Asakusa Kannon Temple/Sensoji Temple) วัดซึ่งตั้งอยู่ในเขตอาสะกุสะ ซึ่งถือได้ว่าเป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในโตเกียว






การเดินทาง : สามารถเดินได้จากสถานีอาสะกุสะ (Asakusa Station) โดยเดินทางในสายรถไฟ Ginza Subway Line, Asakusa Subway Line และ Tobu Railways







สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น (ชิบะ)

สถานที่ท่องเที่ยวในชิบะ(Chiba)


   

      ชิบะ (ญี่ปุ่น: 千葉市 Chiba-shi ?) เป็นเมืองหลวงของจังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น และเป็นเมืองที่มีความเจริญทางด้านอุตสาหกรรมเป็นหลัก มีโรงงานและคลังสินค้ามากมายที่ตั้งอยู่ตามชายฝั่ง จังหวัดชิบะนั้นประกอบไปด้วยภูมิอากาศที่กำลังสบาย ชายฝั่งทะเลที่สวยงาม เนินเขาเขียวขจี และยิ่งไปกว่านั้นยังมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมต่าง ๆ มากมาย จึงเป็นที่ที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวและทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมเยียนมากกว่า 120 ล้านคน ต่อปี ชิบะเป็นจังหวัดที่เมืองนาริตะที่มีสนามบินนาริตะอยู่ แล้วก็เป็นที่ตั้งของโตเกียวดิสนีย์แลนด์อีกด้วย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาญี่ปุ่นก็จะแวะห้างอิอนน นาริตะ วัดนาริตะ แล้วก็ไปโตเกียว เกียวโต โอซาก้ากัน แต่จริงๆแล้วชิบะมีสถานทีท่องเที่ยวเยอะมาก ทั้งฟาร์มสตอร์เบอรี่ เดินเขา พิพิธภัณฑ์

1. Tokyo Bay Aqua – Line



              Tokyo Bay Aqua – Line ( 東 京湾アクアライン Wan aku) หรือที่ เรียกว่าทรานส์ – Tokyo Bay Highway, เป็น สะพาน อุโมงค์ ข้าม อ่าวโตเกียว ใน ญี่ปุ่น มันเชื่อมต่อ เมืองของ คาวาซากิ ใน จังหวัดคานา กา กับเมืองของ Kisarazu ใน จัง หวัดชิบะ , และ เป็นส่วนหนึ่งของ เส้นทางแห่งชาติ 409 . มีความยาวโดยรวมของ 14 กม. จะมีสะพานทาง 4.4 และ 9.6 กม. อุโมงค์ใต้ของอ่าวที่อุโมงค์ใต้น้ำที่สี่ยาวที่สุดในโลก

ที่จุด crossover สะพานอุโมงค์มีความเป็น เกาะเทียม ที่เรียกว่า Umihotaru ( 海ほたる Umi – Hotaru ? แท้จริงหมายถึง”ทะเลหิ่งห้อย”) มีพื้นที่ส่วนที่เหลือที่ประกอบด้วยร้านค้าร้านอาหารและสถานที่สวนสนุก อากาศจะจ่ายให้กับอุโมงค์โดยหอที่โดดเด่นในช่วงกลางของอุโมงค์ที่เรียกว่า Kaze (風の塔,”หอของ Wind”) ซึ่งใช้ลมเกือบคงที่ของอ่าวเป็นแหล่งพลังงาน ที่นี่เป็นสถานที่ที่ดีที่จะเยี่ยมชมและง่ายต่อการเข้าถึงเป็นมีรถบัสปกติระหว่างทั้งสองฝ่ายของอ่าวโตเกียวมากมาย


2. Port Tower




      Chiba Port Tower เป็นหอที่ตั้งอยู่ใน Chiba Port Park, Chuo – ku, Chiba , จัง หวัดชิบะ , ญี่ปุ่น . เป็นหอสังเกตการณ์ 125 เมตร สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ประชากรของจัง หวัดชิบะเกิน 5 ล้าน หอมีสี่ชั้น ที่ชั้นแรกเป็น ทางเข้า มีร้านค้าที่ขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ ชิบะและห้องจัดนิทรรศการที่อธิบายถึงบทบาท ของ Chiba Port เป็น นอกจากนี้ยังมีโรงละคร และห้องพักของเด็กคือ ที่ชั้นสองเป็นห้องมุม มองซึ่งเป็นที่ความสูงของ 105 เมตร มี จิตรกรรมฝาผนัง”Aqua Fantasy”วาดด้วยสี เรืองแสงพิเศษที่เรียกว่าเป็น หลังจาก พระอาทิตย์ตกดิน, ภาพวาดที่จะสว่างขึ้นด้วยแสงสีดำและมุมมองของเรือดำน้ำลึกลับมีลักษณะสามมิติ ชั้นที่สามเป็นร้านกาแฟมุมมอง”คาเฟ่ La Plage”ซึ่งเป็นที่ความสูงของ 109 เมตร มี 50 ที่นั่งและมีผู้เข้าชมสามารถที่จะกินและดื่มมองทัศนียภาพที่ดี นอกจากนี้พวกเขาสามารถที่จะสำรองไว้สำหรับงานแต่งงานหรืองานปาร์ตี้ ชั้นที่สี่เป็นชั้นสังเกตหลักซึ่งอยู่ที่ 113 เมตร มันเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดของหอ มีพื้นที่เปิดโล่งระหว่างชั้นแรกและชั้นที่สองคือ ดังนั้นผู้เข้าชมจะสามารถมองเห็นทัศนียภาพของทะเลในขณะที่อยู่ในลิฟท์ ที่ด้านบนของอาคารที่มีระบบที่เรียกว่าสิ่งที่ทำให้ชื้นแบบไดนามิกคือ มันเป็นประมาณ 15 ตันและมันเคลื่อนที่ในทิศทางตรงกันข้ามกับทิศทางที่ตัวหลักของหอสั่นเพื่อให้มันลดการสั่นจากตัวหลักของหอ ดังนั้นจึงช่วยปกป้องอาคารจากแผ่นดินไหวและลมแรง หอสามารถทนต่อแรงลมได้ถึง 60 เมตรต่อชั่วโมง



3. ปราสาทชิบะ




       ชิบะ Castle (千叶城) เป็นปราสาทสร้างขึ้นใหม่ตั้งอยู่ในเมืองชิบะ, จังหวัดชิบะ เป็นที่รู้จักกันเป็น Inohana ปราสาท เนื่องจากเผชิญกับทิศทางของ Inu ปราสาทถูกสร้างขึ้นในปี 1126



4. พิพิธภัณฑ์โบโซ่ โนะ มูระ (Boso no Mura Museum)

        ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์แบบ Outdoor โดยจำลองสิ่งปลูกสร้างเมื่อประมาณ 150 ปีก่อน ซึ่งยุคเอโดะตอนปลาย ถึงตอนต้นสมัย เมจิ ที่นี่เป็นเมืองจำลองโบราณขนาดใหญ่มาก จำลองการใช้ชีวิตของคนญี่ปุ่นในสมัยเอโดะ บ้านเรือนสองข้างทาง ประกอบไปด้วย ร้านค้า โรงเหล้า ร้านขาย ยา ยุ้งฉาง บ้านชาวนา บ้านซามูไร หนังและละครย้อนยุคของญี่ปุ่น ก็มักจะใช้ที่นี่เป็นฉากในการถ่ายทำ กิจกรรมทางด้านใน นอกจากที่พวกเราจะได้เพลิดเพลินกับบ้านย้อนยุค ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ให้ได้ ทำอีก เช่น มีการสาธิตการทำโมจิ จักสาน วาดรูป ทำเที่ยน ทำของเล่นต่างๆ ดูพิธีชงชา พร้อมร่วมดื่มชา แบบฉบับญี่ปุ่น การทำกับข้าวแบบญี่ปุ่น การใส่ชุดกิโมโน และซามูไร ฯลฯ กิจกรรมเหล่านี้ ต้องเสียค่าธรรมเนียมด้วย ชุดกิโมโน และซามูไร ค่าเช่าชุด ชุดละ 200 เยน นอกจากนี้ยังมีสวนซากุระอีกด้วย ถ้ามีโอกาสก็ลองไปดู อยู่ห่างจากสนามบินนาริตะแค่ 20 นาที





เปิดบริการ :       เวลา 9.00-16.30น.
ปิดบริการ :        วันจันทร์ (หรือวันอังคาร ในกรณีที่วันหยุดตรงกับวันจันทร์) : 26 ธันวาคม-1 มกราคมของทุกปี และวันหยุดอื่นๆ
ค่าบริการ :        300 เยน






เกร็ดความรู้


       โปรแกรม phishing filtering จะช่วยคัดกรองหน้าเว็บที่ต้องสงสัยต่างๆ ให้กับผู้ใช้ ผู้ใช้สามารถเลือกใช้ตัวป้องกันการแสดงหน้าต่าง 
ป๊อปอัพในโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ หรือผู้ใช้เพิ่มความระมัดระวังในการให้ข้อมูลส่วนตัวต่างๆ โดยการตรวจสอบแหล่งทีมาของอีเมลก่อนให้ข้อมูล

                                             


      ข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการใช้งานในระบบเครือข่าย

1. ตั้งรหัสผ่านที่ยากแก่การเดา เช่น หลีกเลี่ยงในการใช้ชื่อเล่น วันเดือน ปี เบอร์โทรศัพท์

2. เปลี่ยนรหัสผ่านสม่ำเสมอ

3. ติดตั้ง ใช้งาน และปรับปรุงโปรแกรมป้องกันมัลแวร์สม่ำเสมอ

4. ศึกษาความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในการรับไฟล์ ดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ต เช่น อีเมล หรือหน้าเว็บต่างๆ

บัญญัติ 10 ประการในการใช้งานคอมพิวเตอร์

บัญญัติ 10 ประการในการใช้งานคอมพิวเตอร์

1. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้ายผู้อื่น เช่น ไม่ควรโพสต์ข้อความกล่าวหาบุคคลอื่นในเว็บบอร์ดให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ไม่ควรโพสต์รูปอนาจาร

 2. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์รบกวนผู้อื่น เช่น เปิดฟังเพลงด้วยคอมพิวเตอร์ หรือ เล่นเกมรบกวนผู้อื่นที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง

3. ต้องไม่เปิดดูไฟล์ของผู้อื่นก่อนได้รับอนุญาต เช่น แอบเปิดอ่านอีเมลของเพื่อน


4. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ในการโจรกรรมข้อมูล ข่าวสาร เช่น การแอบเจาะระบบเพื่อขโมยข้อมูลการค้าของบริษัท ขโมยรหัสผ่านบัตรเครดิต

5. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างหลักฐานเท็จ เช่น การแอบเจาะระบบเพื่อเปลี่ยนแปลงคะแนน

 6. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ในการคัดลอก หรือ ใช้โปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต เช่น ดาวน์โหลดโปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์มาใช้ โดยมีโปรแกรมแก้ไขเพื่อให้ใช้งานได้

7. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ในการ ละเมิดการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์โดยที่ตนเองไม่มีสิทธิ์ เช่น ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ หรือ ไม่ใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้รับสิทธิ์ในการเข้าใช้

8. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อนำเอาผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง

9. ต้องคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดจากโปรแกรมที่ตัวเองพัฒนาขึ้น

10. ต้องใช้คอมพิวเตอร์ โดยเคารพกฎ ระเบียบ กติกา และมารยาทของสังคมนั้น





3. ปัญหาการล่อล่วงในสังคม


 
        จากการที่ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตบางคน  สร้างตัวตนขึ้นมาใหม่ในการติดต่อสนทนากับผู้อื่นโดยให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ  เช่น  เทศ  อายุ  ภาพถ่าย  และอาชีพ  เพื่อล่อลวงให้คู่สนทนาสนใจตัวตนใหม่  และนัดพบเพื่อกระทำอันตรายต่างๆ  จนเกิดปัญหาร้ายแรงต่อทรัพย์สินหรือต่อตนเอง


            เพื่อให้การใช้ชีวิตในโลกไซเบอร์เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ สร้างประโยชน์ให้กับสังคม มีความปลอดภัยในการดำรงชีวิต ผู้ใช้ควรเลือกแสวงหาความรู้และใช้อินเทอร์เน็ตอย่างรู้เท่าทัน และมีวิจารณญาณ รู้จักแยกแยะสิ่งถูกและผิด มีความหนักแน่นในศีลธรรม ไม่ลุ่มหลงไปกับสิ่งยั่วยวนใจในรูปแบบต่างๆ รวมถึงเรียนรู้เกี่ยวกับภัยอันตรายหรือผลเสียที่อาจได้รับ เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเกิดเหตุ และใช้งานอินเทอร์เน็ตโดยเคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดสังคมและการใช้งานอินเทอร์เน็ตเป็นไปอย่างมีความสุข 

2. ปัญหาอชญากรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นช่องทางในการก่ออาชญากรรมหลายรูปแบบ  เช่น    
    - เจาะระบบรักษาความปลอดภัย   ให้ความสามารถถึงระบบคอมพิวเตอร์  เพื่อกระทำการใดๆกับระบบคอมพิวเตอร์  ซอฟแวร์  หรือข้อมูลในทางที่มิชิบต่างๆ  อาจทำให้เกิดความเสียหายในเชิงธุรกิจ  การบิดเบือนข้อเท็จจริง     
    - ขโมยข้อมูลส่วนตัว  โดยการใช้ช่องทางการสื่อสารหรืออินเตอร์เน็ต   เช่น  การแชท  การโทรทัพท์  ในการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนตัวของบุคคล  โดยการปลอมแปลงเป็นผู้ดูแลระบบ  หรือผู้ดูแลข้อมูล  เป็นบุคคลใกล้ชิด  หรือสร้างสถานการณ์ฉุกเฉินที่เสมือนจริง  เพื่อหลอกล่อให้เหยื่อเกิดความไว้วางใจ  หรือหลงเชื่อ   และเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวโดยรู้เทท่าไม่ถึงการณ์  
    - เผยแพร่ภาพอนาจร   การเผยแพร่ภาพอนาจารต่างๆ  มื่อโดยใช้วิธีการที่หลากหลาย  เช่น  ผ่านเกมออนไลน์  ผ่านการสร้างไฟล์ไวรัสเจาะเข้ามาที่ระบบคอมพิวเตอร์  เมื่อผู้ใช้เปิดอินเทอร์เน็ตไฟล์ไวรัสจะแสดงภาพอนาจารต่างๆ  หรือผ่านโปรแกรมค้นหา  โดยการตั้งคำหลักที่หลากหลายให้กับภาพอนาจาร  เมื่อผู้ใช้ค้นหาด้วยคำหลักที่ตรงกับที่ได้ตั้งไว้ก็จะปรากฏภาพอนาจารในผลที่ได้จากการสือค้นข้อมูล 


                                                                                               


        วิธีการหลอกลวงเพื่อเจตนาขโมยข้อมูลส่วนบุคคลอีกวิธีหนึ่ง คือ การส่งอีเมลถึงผู้รับที่มีข้อความ เช่น
รหัสผ่าน ข้อมูลทางการเงิน ไปใช้ในการเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นโดยมิชอบ หรือนำข้อมูลไปขายให้กับผู้ก่อ
อาชญากรรมอื่น โดยผู้ใช้อาจถูกหลอกให้ตอบกลับอีเมลพร้อมข้อมูลส่วนตัว หลอกให้คลิกบนยูอาร์แอลในอีเมล หรือหน้าต่าง ป๊อปอัพ ซึ่งเชื่อมโยงไปยังหน้าเว็บที่ถูกสร้างให้ดูเหมือนเว็บจริงของหน่วยงาน หรือ ธนาคาร และให้ข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่รู้ตัว

1. ปัญหาสุขภาพและความสัมพันธ์ทางสังคม

          ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตติดต่อกันเป็นนานมากเกินไปอาจก่อให้เกิดปัญหาโรคติดอินเตอร์เน็ตซึ่งเป็นอาการทางจิตประเภทหนึ่ง   มีอาการที่ต้องสงสัย  เช่น  มีความต้องการใช้อินเตอร์เน็ตต่อเนื่องเป็นเวลานานมากขึ้นเรื่อๆ  รู้สึกหงุดหงิด  หดหู่  กระวนกระวายเมื่อใช้อินเตอร์เน็ตน้อยลงหรือหยุดใช้คิดว่าเมื่อได้ใช้อินเตอร์เน็ตแล้วจะทำให้รู้สึกดีขึ้นน  แต่โดยความเป็นจริงแล้วการใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเวลานานก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย  เช่น  ปวดเมื่อยตามตัว   ข้อมือ  และเหนื่อยล้าทางสายตา  นอกจากนี้  ยังทำให้ความสัมพันธ์กับบุคคลในครอบครัว  เพื่อน  หรือการพบปะผู้คนในสังคมลดน้อยลง